ภูมิประเทศทวีปยุโรป
หน้าแรก
โรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ
กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
สารบัญ
ภูมิประเทศ
land



ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของทวีปยุโรป สามารถแบ่งได้เป็น 4 เขต คือ
1. เขตหินเก่าทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
ประกอบด้วยเทือกเขาที่มีอายุเก่าแก่ซึ่งถูกธารน้ำแข็งกัดเซาะจนสึกกร่อน และพังทลายจนกลายเป็นที่ราบสูง ทำให้มี ชายฝั่งทะเลเว้าแหว่งมาก เรียกว่า
ฟยอร์ด ( Fjord ) เทือกเขาหินเก่าที่สำคัญ คือ
      1.1 เทือกเขาเชอเลน ในคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย
      1.2 เทือกเขาแกรมเบรียน ในสกอตแลนด์
2. เขตที่ราบใหญ่ภาคกลาง
เป็นเขตที่ราบใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปมีประชากรอาศัยอยู่หนาแน่นมากที่สุด ได้แก่ที่ราบด้านตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก ที่ราบภาคเหนือของเยอรมนี โปแลนด์ ที่ราบบริเวณตอนใต้ของสหราชอาณาจักร
เป็นเขตที่มีความสำคัญมากทางด้านเศรษฐกิจมีดินอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลูก มีแม่น้ำสำคัญไหลผ่านหลายสายได้แก่ แม่น้ำลัวร์ แม่น้ำเซน แม่น้ำไรน์ แม่น้ำเอลเบ
บริเวณแม่น้ำรูห์ในเขตประเทศเยอรมนีเป็นแหล่งถ่านหินที่สำคัญของยุโรป    ที่ราบริมทะเลบอลติกในประเทศนอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ ประกอบด้วยหินเปลือกโลกที่มีอายุเก่าแก่ที่สุด เรียกว่า
บอลติกชิลด์ ( Baltic Shield )
3. เขตที่ราบสูงภาคกลาง
เป็นที่ราบสูงและเนินเขาเตี้ยๆ เกิดจากการ สึกกร่อนพังทลาย ได้แก่
     3.1
เมเซตา ( Mezeta) ที่ราบสูงในภาคกลางของคาบสมุทรไอบีเรีย
     3.2
มาซีฟ ซองตราล( Massif Central) ที่ราบสูงตอนกลางของประเทศฝรั่งเศส
     3.3
ป่าดำ (Black Forest) ที่ราบสูงตอนกลาง และภาคใต้ของประเทศเยอรมนี
     3.4
โบฮีเมีย (Bohemia) ที่ราบสูงระหว่างพรมแดนประเทศเยอรมนี สาธารณรัฐ เช็กและสาธารณรัฐสโลวัก
     
3.5 อาร์เดน (Ardennes)ที่ราบสูงในประเทศเบลเยียมและลักเซมเบิร์ก
     3.6
บาวาเรีย (Bavaria)ที่ราบสูงในประเทศเยอรมนี
4. เขตภูเขาหินใหม่ทางภาคใต้
เกิดจากการโก่งตัวของผิวโลก ได้แก่
     4.1 เทือกเขาพีเรนีส ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างประเทศฝรั่งเศสและประเทศสเปน
     4.2 เทือกเขาแอลป์
(Alps) ทอดแนวจากตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฝรั่งเศส ผ่านเข้าไปในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อิตาลี ยอดเขาสำคัญของเทือกนี้ คือ มงบล็อง ( Mont Blanc) มีความสูง 4,807 เมตร
     4.3 เทือกเขาแอปเพนไนน์ ในคาบสมุทรอิตาลี
     4.4 เทือกเขาไดนาริกแอลป์ ในคาบสมุทรบอลข่าน
     4.5 เทือกเขาคอเคซัส เป็นเทือกเขาที่กั้นเขตแดนระหว่างทวีปยุโรปกับทวีปเอเชียอยู่ระหว่างทะเลดำ และทะเลสาบแคสเปียนมียอดเขา สูงที่สุด คือ
เอลบรูซ (Elbrus) มีความสูง 5,642 เมตร

ลักษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาเหนือแบ่งออกเป็น 4 ดังนี้
1. เขตเทือกเขาสูงทางตะวันตก
2. เขตที่ราบภาคกลาง
3. เขตหินเก่าแคนาดา
4. เขตเทือกเขาหินเก่าภาคตะวันออก
          1. เขตเทือกเขาสูงทางตะวันตก เกิดจากการโก่งตัวของหินเปลือกโลกที่มีอายุน้อย เป็นแนวเทือกเขาสลับซับซ้อน
จากเหนือสุดบริเวณช่องแคบเบริ่งต่อเนื่องถึงแนวเทือกเขาแอนดีสในทวีปอเมริกาใต้ ประกอบด้วยแนวเทือกเขาชายฝั่ง ได้แก่ เทือกเขาอลาสกา ซึ่งมียอดเขาที่สูงที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ ชื่อ “แมกคินเล่ย์ มีความสูงถึง6,190 เมตร เทือกเขาโคสท์เรนจ์ เทือกเขาแคสเคต เทือกเขาเซียร์ราเนวาดา เทือกเขาเซียร์รามาเดรตะวันตก และแนวเทือกเขาตอนใน ได้แก่ เทือกเขายูคอน เทือกเขารอกกี และเทือกเขาเซียร์รามาเดรตะวันออกในเม็กซิโก ระหว่างแนวเทือกเขาชายฝั่งและเทือกเขารอกกี ซึ่งเป็นแนวเทือกเขาภายใน มีที่ราบสูงคั่นอยู่หลายแห่ง เริ่มจากเหนือลงมาใต้ ได้แก่ ที่ราบสูงยูคอน ที่ราบสูงบริติชโคลัมเบีย ที่ราบสูงโคลัมเบียสเนค ที่ราบสูงโคโลราโดและที่ราบสูงเม็กซิโก บริเวณที่ราบสูงโคโลราโด มีลักษณะภูมิประเทศเป็นโกรกธารหุบเหวลึกและมีหน้าผาสูงชันมาก ซี่งเกิดจากการไหลกัดเซาะของ แม่น้ำโคโลราโด ทำให้เกิดเป็นภูมิประเทศที่สวยงาม บริเวณที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ “แกรนแคนยอน” ในรัฐอริโซนาบริเวณเทือกเขาและที่ราบสูงนี้ ส่วนใหญ่รัฐบาลสงวนไว้ให้เป็นวนอุทยานเพื่อการพักผ่อนและยังเป็นการรักษาต้นน้ำลำธารเอาไว้อีกด้วย วนอุทยานที่มีชื่อเสียงมากมากคือ เยลโลสโตน มีพื้นที่กว้างถึง 5.5 ล้านไร่ มีน้ำพุร้อนที่พุ่งสูงมากที่เรียกว่า “กีเซอร์” มีจำนวนมากถึง 120 แห่ง
          2. เขตที่ราบภาคกลาง เป็นที่ราบกว้างใหญ่ มีอาณาเขตตั้งแต่มหาสมุทรอาร์กติก ทางตอนเหนือลงมาจนถึงอ่าวเม็กซิโกทางตอนใต้และอยู่ระหว่างเทือกเขารอกกี กับ เทือกเขาอัปปาเลเชียน ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 เขตดังนี้
               2.1 ที่ราบลุ่มแม่น้ำแมกเคนซี อยู่ทางตอนเหนือสุด ระหว่างเขตหินเก่าแคนาดา กับเทือกเขารอกกี เป็นที่ราบแคบ ๆ
ซึ่งมีอากาศหนาวเย็น จึงเป็นเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่น้อย แม่น้ำแมกเคนซีไหลลงสู่มหาสมุทรอาร์กติกบริเวณทะเลโบฟอร์ต
               2.2 เขตที่ราบทุ่งหญ้าแพรรีแคนาดา เป็นที่ราบใหญ่อยู่ทางตอนกลางติดพรมแดนสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้แก่มณฑล ซาสแกตเชวัน อัลเบอร์ตา และมานิโทบาเป็นแหล่งปลูกข้าวสาลีที่สำคัญของแคนาดา
               2.3 เขตที่ราบรอบทะเลสาบเกรตเลกส์และลุ่มแม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ ประกอบด้วยทะสาบน้ำจืด 5 แห่งได้แก่ สุพีเรียมิชิแกน ฮูรอน อีรี และออนแตริโอโดยทะเลสาบทั้ง 5 นี้มีคลองเชื่อมติดต่อกันหมดน้ำในทะเลสาบนี้ไหลลงสู่แม่น้ำเซนต์ลอเรนซ์ออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเนื่องจากระดับน้ำในทะเลสาบทั้ง 5 มีความต่างระดับกันจึงทำให้เกิดน้ำตก เช่น น้ำตกในแอการา ซึ่งอยู่ระหว่างทะเลสาบอีรีและออนแตริโอเป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของโลก
               2.4 ที่ราบลุ่มแม่น้ำมิสซิสซิปปี อยู่ทางตอนใต้ของทะเลสาบเกรตเลกส์จนถึงอ่าวเม็กซิโก แม่น้ำมิสซิสซิปปีมีสาขามากมาย เช่น แม่น้ำมิสซูรี โอไฮโอ เทนเนสซี อาร์คันซอและแม่น้ำแดง แม่น้ำมิสซิสซิปปี ไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโก
                2.5 ที่ราบชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นที่ราบที่อยู่ระหว่างเทือกเขาอัปปาเลเชียนและมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นเขตปลูกยาสูบที่สำคัญ โดยปลูกมากในรัฐแคโรไลนาเหนือ เคนตักกีและเวอร์จีเนีย
               2.6 เขตที่ราบเกรตเพลน เป็นเขตที่มีพื้นที่กว้างขวาง ค่อนข้างแห้งแล้ง เนื่องจากเป็นเขตเงาฝน อยู่ทางตะวันออกของเทือกเขาร็อกกี เป็นเขตที่มีการเลี้ยงวัวเนื้อ โดยปล่อยให้หากินเอง
          3. เขตหินเก่าแคนาดา หรือ
แคนาเดียนชิลด์ Canadian Shield หรือ Laurentian Shieldได้แก่ บริเวณรอบ ๆอ่าวฮัดสันจนถึงเกรตเลกส์ เป็นเขตหินเก่าเช่นเดียวกับบอลติกชิลด์ในทวีปยุโรปประกอบด้วยหินเปลือกโลกที่มีอายุเก่าแก่และผ่านการสึกกร่อนมาเป็นเวลาหลายร้อยล้านปี อากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะทางตอนเหนือของเขตนี้ มีธารน้ำแข็งปกคลุม บางแห่งเป็นทะเลสาบที่ตื้นเขิน มีป่าสนขึ้นแทน ทำให้มีประชากรอาศัยอยู่น้อยส่วนใหญ่เป็นพวกเอสกิโม ซึ่งสร้างที่อยู่อาศัยด้วยน้ำแข็งเรียกว่า “อิกลู” Igloo
          4. เขตเทือกเขาหินเก่าทางตะวันออก
หรือ เทือกเขาอัปปาเลเชียน หรือ ประกอบด้วยเทือกเขาเตี้ย ๆ ขนานไปกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ในเขตนี้พื้นที่มีความต่างระดับกัน ทำให้เกิดแนวน้ำตกมากมาย

ภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของทวีปอเมริกาใต้แบ่งออกเป็น 3 เขต ดังนี้
1. เขตเทือกเขาหินใหม่และที่ราบสูงภาคตะวันตก
2. เขตที่ราบสูงทางตะวันออก
3. เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ

      1. เขตเทือกเขาหินใหม่และที่ราบสูงภาคตะวันตก
บริเวณนี้มีเทือกเขาแอนดีสวางตัวขนานกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่ประเทศโคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย อาร์เจนตินา ชิลีจนถึง เกาะ ติเอร์ราเดลฟูเอโก Tierra del fuego มีความยาวถึง 72,000 กิโลเมตรถือว่าเป็นเทือกเขาที่ยาวที่สุดในโลก ยอดเขาที่สูงที่สุดชื่อ อาคองกากัว Aconcagua อยู่ในเขตประเทศอาร์เจนตินา โดยมีความสูง 23,081 ฟุต หรือ 6,962 เมตร เทือกเขาแอนดีสนี้ยังมีภูเขาไฟที่มีพลัง อยู่หลายลูก เช่น ยอดเขาโคโตแปกซี
Cotopaxi  ยอดเขาซิมโบราโซ Chimborazo บริเวณตอนกลางของเทือกเขาจะค่อย ๆ กว้างออก และมียอดเขา แยกออกหลายแนว ต่อลงไปเป็นที่ราบสูง ที่สำคัญได้แก่ ที่ราบสูงอัลติพลาโน Altiplano ที่ราบสูงโบลิเวีย Bolivia เป็นที่ราบสูงอันดับสองรองจาก ที่ราบสูงธิเบต   บนที่ราบสูงแห่งนี้ มีทะเลสาบน้ำจืดติติกากา Titicaca เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ตั้งอยู่ในที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย ส่วนทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศชิลีจะมีลักษณะภูมิประเทศอ่าวเล็ก ๆ ที่แคบและยาว เว้าลึกเข้าๆไปในแผ่นดินระหว่างภูเขา หรือ ระหว่าง หน้าผาสูงชัน ตามเชิงเขาที่อยู่ติดกับทะเล เรียกว่า ฟยอร์ด Fjord เกิดจากการกระทำของธารน้ำแข็ง

       2. เขตที่ราบสูงทางตะวันออก มีพื้นที่แยกจากกันแบ่งออกเป็น 3 เขต ได้แก่
           2.1 ที่ราบสูงปาตาโกเนีย
           2.2 ที่ราบสูงบราซิล
           2.3 ที่ราบสูงกิอานา

       3. ที่ราบลุ่มแม่น้ำ
            3.1 ที่ราบลุ่มแม่น้ำโอริโนโค
Orinoco river
แม่น้ำโอริโนโค ต้นกำเนิดจากเทือกเขาแอนดีสและที่ราบสูงกิอานา ไหลผ่านประเทศเวเนซุเอลา ลงสู่ทะเลแคริบเบียน
            3.2 ที่ราบลุ่มแม่น้ำแอมะซอน
Amazon river
แม่น้ำแอมะซอนและสาขามีต้นกำเนิดจากเทือกเขาแอนดีส ที่ราบสูงบราซิลและที่ราบสูงกิอานา ไหลผ่านที่ราบต่ำ ส่วนใหญ่เป็นป่าดงดิบ เซลวัส ลงสู่ มหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณเมืองมาคาปา Macapa ในเขตประเทศบราซิล แม่น้ำแอมะซอนนี้มีสาขามากที่สุดในโล และเป็นแม่น้ำที่กว้างที่สุด จนได้รับฉายาว่า "ราชาแห่งแม่น้ำ" King of the river
             3.3 ที่ราบลุ่มแม่น้ำปารานา-ลาพลาตา
Parana La Plata หรือแม่น้ำแพลต Plate
เกิดจากสาขาแม่น้ำปารากวัย ไหลลงสู่แม่น้ำปารานาไหลมาใกล้ปากอ่าวมีแม่น้ำอุรุกวัยไหลมาบรรจบกัน ปากแม่น้ำมีบริเวณกว้างมากเรียกว่า ริโอเดอลาพลาตา
Rio de la Plata

ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศ : มี 4 เขต คือ
1. เขตที่ราบสูง เป็นความกว้างเกือบทั้งหมดของทวีป มีลักษณะเป็นที่ราบสูง โดยทางภาคตะวันออกและภาคใต้มีระดับสูงสุด คือ มีความสูงอยู่ในช่วง 1,500 – 2,000 เมตร แล้วพื้นที่ลาดไปทางภาคเหนือและภาคตะวันตก ซึ่งมีความสูงอยู่ในช่วง 300 – 1,000 เมตร โดยมีขอบสูงชันอยู่ใกล้ชายฝั่ง ลักษณะพื้นผิวของที่ราบสูงมีทั้งเนินเขาลูกคลื่น และแอ่งที่ราบลุ่ม
2.เขตที่ราบลุ่มแม่น้ำ มีที่ราบลุ่มแม่น้ำ 4 แห่ง คือ
          2.1 ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนล์ เป็นแม่น้ำที่ยาวที่สุดในทวีปแอฟริกา มีความยาว 6,500 กิโลเมตร มีต้นน้ำอยู่ทางด้านตะวันออกบริเวณทะเลสาบวิกตอเรีย ไหลขึ้นไปทางเหนือผ่านทะเลทราย ไหลลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เกิดจากภูเขาทางภาคตะวันออก อยู่ในบริเวณประเทศอียิปต์และซูดาน ปากแม่น้ำไนล์มีการทับถมของตะกอนโคลนตมที่แม่น้ำพัดพามากลายเป็นที่ราบดินดอนสามเหลี่ยม
ปากแม่น้ำ แม่น้ำไนล์เป็นแม่น้ำที่ไม่เหมาะกับการคมนาคม แต่เหมาะกับการทำพลังงานจากน้ำ
          2.2 ที่ราบลุ่มแม่น้ำไนเจอร์ อยู่ทางด้านตะวันตกของทวีป มีความยาว 4,200 กิโลเมตร ต้นน้ำเกิดจากภูเขาทางภาคตะวันตก ไหลผ่านประเทศมาลี ไนเจอร์ และไหลลงอ่าวกินีในประเทศไนเจอร์ ไนจีเรีย ไหลลงสู่อ่าวกินี ในมหาสมุทรแอตแลนติก
          2.3 ที่ราบลุ่มแม่น้ำแซมเบซี อยู่ทางภาคใต้เกิดที่ประเทศแองโกลาและแซมเบีย ลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่โมซัมบิก บริเวณประเทศซิมบับเว มีแม่น้ำนี้ไหลผ่านเกิดน้ำตกที่มีความสวยงามมีชื่อว่า "น้ำตกวิกตอเรีย"
          2.4 ที่ราบลุ่มแม่น้ำคองโก อยู่ในประเทศซาอีร์และคองโก ตามลำน้ำจะเป็นเกาะแก่งต่างๆและยังมีน้ำตกอยู่มากมาย
3. เขตหุบเขาทรุด อยู่ทางทิศตะวันออกของทวีป เกิดจากการทรุดตัวของเปลือกโลก ทำให้เกิดหุบเขาลึก มีหน้าผาสูงชัน กลายเป็นทะเลสาบต่อสาบต่อเนื่องกันเป็นแนวยาวจากใต้จรดเหนือ คือ เริ่มจากทะเลสาบไนเอสซา ในประเทศแทนซาเนีย ต่อเนื่องไปจนถึงทะเลแดง ทะเลสาบเหล่านี้ใช้เป็นเส้นทางคมนาคมภายในทวีป
4. เขตเทือกเขา ในทวีปแอฟริกามีเขตเทือกเขาอยู่ 3 บริเวณ คือ
          4.1 ทางภาคตะวันออก มีความสูงมาก ส่วนใหญ่จะเป็นที่ราบสูงที่มีภูเขาอยู่เป็นแห่งๆที่ราบสูงในบริเวณนี้ก็คือที่ราบสูงเอธิโอเปีย และที่ราบสูงแอฟริกาตะวันออก ส่วนภูเขาคือภูเขาคิลิมานจาโรอยู่ในแทนซาเนีย สูงที่สุดในแอฟริกา
          4.2 ทางภาคใต้ เป็นที่ราบสูงที่เป็นหินแกรนิตอยู่ระหว่างแม่น้ำวาลและลิมโปโป เรียกที่ราบสูงนี้ว่า วิตวอเตอร์สแรนด์ เป็นแหล่งผลิตแร่ทองคำของโลก ในบริเวณนี้มีเทือกเขาดราเกนสเบอร์กเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุด
          4.3 ทางตะวันตกเฉียงเหนือ วางตัวในแนวตะวันตก – ตะวันออกขนานไปกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ครอบคลุมพื้นที่โมรอกโก แอลจีเรีย และตูเนียเซีย ได้แก่ เทือกเขาแอตลาส โดยมียอดเขาชื่อทูบคาลอยู่ในโมร็อกโก

ออสเตรเลีย
ลักษณะภูมิประเทศ มีพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นที่ราบสูง เป็นแผ่นดินที่เกิดมานาน มีภูเขาไม่มาก เป็นภูเขา เตี้ยๆ ผ่านการสึกกร่อนมานาน ลักษณะภูมิประเทศของออสเตรเลียแบ่งเป็น 3 เขตใหญ่ๆ ได้แก่
1. เขตที่ราบสูงภาคตะวันตก
2. เขตที่ราบภาคกลาง
3. เขตเทือกเขาภาคตะวันออก

1. เขตที่ราบสูงภาคตะวันตก มีพื้นที่มากกว่าครึ่งทวีป มีความสูงทางตะวันตกและลาดเทไป ตะวันออก มีเทือกเขาแทรกเป็นตอนๆ มีภูมิประเทศที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบทะเลทรายหลายแห่งได้แก่ ทะเลทรายเกรตแซนดี ทะเลทรายกิบสัน และ ทะเลทรายเกรตวิกตอเรีย
2. เขตที่ราบภาคกลาง เป็นเขตที่มีการนำน้ำบาดาลออกมาใช้ประโยชน์มากที่สุด ประกอบด้วยที่ราบใหญ่ 4 แห่ง ได้แก่
           2.1. ที่ราบนัลลาบอร์ (Nullabor Plain) โดยคำว่า “นัลลาบอร์” เป็นภาษาพื้นเมืองแปลว่า ไม่มีต้นไม้อยู่เลยนอกจากนี้ภายในที่ราบผืนนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีแม่น้ำสายใดไหลผ่าน ยิ่งเมื่อพิจารณาปริมาณน้ำฝนทั้งปีซึ่งมีเพียง 100-250 มิลลิเมตรเท่านั้นมาประกอบด้วยแล้วแสดงให้เห็นว่าที่ราบบริเวณนี้มีความแห้งแล้งทุรกันดารค่อนข้างมาก และการที่ที่ราบนัลลาบอร์อยู่ติดต่อกับอ่าวเกรตออสเตรเลียน อาจจะเรียกที่ราบผืนนี้ว่า “ที่ราบย่านอ่าวเกรตออสเตรเลียน”
           2.2. ที่ราบลุ่มน้ำดาร์ลิง-เมอร์เรย์ (Murray and Darlling Basin) เป็นที่ราบที่มีอาณาเขตกว้างขวางที่สุดและมีความอุดมสมบูรณ์ที่สุด ถือเป็นเขตเกษตรกรรมที่สำคัญของประเทศออสเตรเลีย แม่น้ำสายยาวที่สุดในทวีปคือ แม่น้ำดาร์ลิงเป็นที่ราบผืนใหญ่ที่สุดมีพื้นที่ประมาณ 1 ล้านตารางกิโลเมตร มีแม่น้ำดาร์ลิง แม่น้ำเมอร์เรย์และสาขาเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่ไหลหล่อเลี้ยงที่ราบผืนนี้ให้มีความอุดมสมบูรณ์เป็นพื้นที่เพาะปลูกที่สำคัญของประเทศ
            2.3. ที่ราบรอบทะเลสาบแอร์ (Lake Ayre Basin ) ทะเลสาบแอร์เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของทวีป เมื่อพิจารณาโดยรวมถือเป็นเขตที่ค่อนข้าง แห้งแล้งปรากฏทะเลทรายอยู่ 2 แห่งภายในพื้นที่ของที่ราบแห่งนี้ ได้แก่ ทะเลทรายซิมป์สัน และทะเลทรายสจ๊วต
            2.4. ที่ราบรอบอ่าวคาร์เปนตาเรีย (Gulf of Carpentaria Plain) อยู่ทางเหนือของประเทศมีลักษณะเป็นที่ราบชายฝั่งแคบๆ โดยมีแนวเขาเซลวินวางตัวขวางแยกออกจากที่ราบรอบทะเลสาบแอร์ ที่ราบผืนนิ้วางตัวขนานไปกับแนวชายฝั่งโดยจะมีระดับสูงมากขึ้นเมื่อมีระยะทางลึกเข้ามาในแผ่นดิน
3. เขตเทือกเขาภาคตะวันออก เทือกเขาสำคัญคือ เทือกเขาเกรตดิไวดิงวางตัวขนานกับชายฝั่งด้าน ตะวันออก จากเหนือจรดใต้ บริเวณที่มีความสูงมากอยู่ทางตอนใต้ มีชื่อว่า ภูเขาแอลป์ออสเตรเลีย มียอดเขาสูงสุดของทวีป คือ ยอดเขาคอสซิอัสโก แนวเทือกเขานี้เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเมอร์เรย์ และแม่น้ำดาร์ลิง

เอเชีย : ทวีปที่มีภูมิประเทศทุกรูปแบบ
ที่กล่าวว่าทวีปเอเชียมีภูมิประเทศทุกรูปแบบพิจารณาจากลักษณะภูมิประเทศที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ แม้จะมีความแตกต่างกันไปตามบริเวณต่าง ๆ แต่โดยภาพรวมของทวีปแล้วมีภูมิประเทศทุกลักษณะมีจุดที่สูงที่สุดของโลกส่วนที่เป็นแผ่นดิน คือยอดเขาเอเวอเรสต์ในเขตเทือกเขาหิมาลัยมีจุดที่ลึกที่สุดของโลกส่วนที่เป็นมหาสมุทรคือ ร่องลึกบาดาลมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิกใกล้กับชายฝั่งประเทศฟิลิปปินส์

3.1 เทือกเขาสูง
ภูมิประเทศเทือกเขาสูงถือเป็นลักษณะเด่นที่ของทวีปเอเชียอีกประการหนึ่ง โดยเทือเขาสูงจะอยู่เกือบใจกลางของทวีป ทำหน้าที่เสมือนเป็นหลังคาโลกที่กล่าวว่าเป็นเสมือนหลังคาโลกเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีความสูงจากระดับทะเลปานกลางมากที่สุดของโลกประกอบกับเป็นจุดรวมของเทือกเขาสูงที่สำคัญ ๆ ของทวีปเอเชียที่วางตัวแยกย้ายออกไปในทุกทิศทางรวมทั้งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ ๆ ที่มีทิศทางการไหลออกในทุกทิศทางเช่นกัน ซึ่งเมื่อพิจารณาเปรียบเทียบกับส่วนประกอบของบ้านแล้วคล้ายกับหลังคาบ้านซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของบ้านและปันน้ำฝนให้ไหลไปยังทิศทางต่าง ๆ นั่นเอง เทือกเขาสูงที่สำคัญของทวีปเอเชีย พิจารณาตามทิศทางการวางตัวได้ดังนี้

เทือกเขาที่วางตัวแยกออกไปทางด้านตะวันตก ซึ่งมี 2 แนวย่อยคือ แนวที่แยกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ คือ มีเทือกเขาฮินดูกูช แนวที่แยกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ มีเทือกเขาสุไลมาน
เทือกเขาที่วางตัวแยกออกไปทางด้านตะวันออก มี 3 แนวย่อยคือ แนวเทือกเขาที่ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ มีเทือกเขาเทียนซาน เทือกเขาอัลไต เทือกเขายาโบลโนวี เทือกเขาสตาโนวอย และเทือกเขาโคลีมา ขณะที่แนวตะวันออกมีเทือกเขาคุนลุนซานเทือกเขาโคลีมา เทือกเขาหิมาลัย เทือกเขาอาระกันโยมา รวมทั้งที่ต่อเนื่องลงไปเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย และมีแนวเทือกเขาที่ต่อเนื่องลงมาทางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มจากยูนนานนอต ผ่านพม่า ลาว ไทย มาเลเซีย และหมู่เกาะอินโดนีเซีย
เทือกเขาสูงต่าง ๆ ของทวีปเอเชียทำหน้าที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำของแม่น้ำสำคัญ ๆ หลายสาย เช่น บริเวณหลังคาโลก เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายใหญ่หลายสายที่มีทิศทางการไหลออกในทุกทิศทาง ทางเหนือมีแม่น้ำออบ เยนิเซ ลีนา ทางตะวันออกเฉียงเหนือมีแม่น้ำอามูร์ทางตะวันออกมีแม่น้ำฮวงเหอ แยงซี ทาวตะวันออกเฉียงใต้มีแม่น้ำโขง อิรวดี สาละวัน ทางใต้มีแม่น้ำสินธุ คงคา พรหมบุตร และทางตะวันตกมีแม่น้ำอามูร์ดาร์ยา เป็นต้น
เทือกเขาสูงของทวีปเอเชียทำหน้าที่เป็นแนวปะทะลม ทำให้เกิดเขตฝนชุกหรือเขตแห้งแล้ง ช่วยลดความรุนแรงจากพายุหมุน เช่น เทือกเขาหิมาลัยที่วางตัวขวางทิศทางลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ด้านหน้าภูเขาบริเวณรัฐอัสสัมของอินเดีย ซึ่งเป็นด้านรับลมเป็นบริเวณที่มีปริมาณฝนเฉลี่ยต่อปีสูงที่สุดในโลก คือมากกว่า 3,000 มิลลิเมตร ขณะที่ด้านหลังภูเขาลึกเข้ามาในแผ่นดินเป็นเขตแห้งแล้งหรือเทือกเขาอันนัมที่วางตัวขนานไปกับชายฝั่งเวียดนามช่วยเป็นแนวปะทะพายุใต้ฝุ่นที่พัดมาจากมหาสมุทรแปซิฟิกให้ได้รับความเสียหายน้อยลง เป็นต้น
เทือกเขาสูงของทวีปเอเชียมีพื้นที่ป่าไม้ประเภทต่าง ๆ ที่ปกคลุมอยู่ตามสันเขา ไหล่เขา หรือ หุบเขา เป็นพื้นที่ที่เข้าถึงยากและไม่เหมาะต่อการใช้เป็นพื้นที่เกษตรกรรม จึงทำให้หลงเหลือเป็นพื้นที่ป่าที่สำคัญของทวีปเอเชีย
เทือกเขาสูงของทวีปเอเชียมีแหล่งแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ เช่น แร่ดีบุกที่พบมากบริเวณคาบสมุทรมลายูมีการผลิตดีบุกมากตามแนวเทือกเขาตะนาวศรี เทือกเขาภูเก็ต เทือเขานครศรีธรรมราช ต่อเนื่องไปถึงเทือกเขาในประเทศมาเลเซีย หรือแม้แต่ธาตุอาหารในดินที่มีประโยชน์ต่อการปลูกพืชก็ได้รับจากพื้นที่เทือกเขาสูงเช่นกัน โดยการผุสลายและถูกพัดพามากับสายน้ำสะสมตัวในที่ต่ำทำให้การปลูกพืชได้ผลดี เป็นต้น
นอกจากนี้เทือกเขาสูงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของทวีปเอเชีย เช่น เทือกเขาที่มียอกเขาสูงมาก ๆ เทือกเขาเอเวอเรสต์ที่มีระดับสูงถึง 8,888 เมตร จะมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดปีเนื่องจากระดับความสูงเพิ่มขึ้นจะทำให้อุณหภูมิลดลงความแปลกแตกต่างจากเทือกเขาทั่วไปรวมทั้งระดับสูงที่สุด ทำให้นักปีนเขาที่ชอบความท้าทายมาเยือนเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นกิจกรรมหนึ่งของการท่องเที่ยว เป็นต้น เทือกเขาสูงต่าง ๆ มักจะมีสัณฐานย่อยที่ใช้เป็นภูมิทัศน์เพื่อการท่องเที่ยว เช่น มีหน้าผาเป็นจุดชมวิว มีน้ำตก มีโตรกเขา มีพืชพรรณทีหาดูได้ยาก รวมทั้งมีอากาศเย็น เป็นต้น
3.2 ที่ราบสูง (Plateau) คือ พื้นที่ค่อนข้างอยู่สูงกว่าที่ต่ำโดยรอบ จากนิยามดังกล่าวที่ราบสูงจึงเป็นลักษณะของภูมิประเทศรูปแบบหนึ่งที่มีขนาดพื้นที่และระดับสูง 180-300 เมตร เช่น แผ่นดินตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่มีระดับสูงส่วนใหญ่เพียง
150-250 เมตร และมีพื้นที่ 169,954 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น เรียกที่ราบสูงโคราชเนื่องจากระดับความสูงไม่มากนักแยกออกจากที่ราบภาคกลางและที่ราบต่ำเขมรอย่างชัดเจน ขณะที่ที่สูงที่อยู่ระหว่างเทือกเขาหิมาลัยกับเทือกเขาคุลุนซาน ซึ่งมีระดับสูงเฉลี่ยถึง 4,500 เมตร และมีพื้นที่ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร ก็เรียกว่า ที่ราบสูงทิเบต เป็นต้น
ดังนั้นลักษณะภูมิประเทศที่ราบสูงของทวีปเอเชียจึงปรากฏกระจายอยู่โดยทั่วไป ซึ่งมีขนาดพื้นที่และระดับสูงแตกต่างกันไป ในที่นี้จะได้กล่าวถึงเฉพาะที่ราบสูงขนาดใหญ่ ได้แก่
- ที่ราบสูงบริเวณตอนกลางของทวีป ได้แก่ ที่ราบสูงทิเบต ที่เป็นส่วนหนึ่งของหลังคาโลก ถือเป็นที่ราบสูงที่มีระดับสูงที่สุดของโลกและเอเชีย ที่ราบสูงยูนนาน บริเวณจีนตอนใต้ซึ่งเป็นจุดรวมของเทือกเขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
- ที่ราบสูงบริเวณตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของทวีป ได้แก่ ที่ราบสูงเดคคาน บริเวณคาบสมุทรอินเดีย ที่ราบสูงอิหร่าน บริเวณประเทศอิหร่านและอัฟกานิสถาน ที่ราบสูงอาหรับ บริเวณคาบสมุทรอาหรับ ที่ราบสูงอนาโตเลีย บริเวณประเทศตุรกี - ที่ราบสูงที่สุดในโลก ที่ราบสูงทิเบตเป็นที่ราบผืนใหญ่ที่อยู่ระหว่างเทือกเขาคุนลุนซานทางด้านเหนือกับเทือกเขาหิมาลัยทางด้านใต้มีพื้นที่ประมาณ 1.2 ล้านตารางกิโลเมตร และมีความสูงจากระดับทะเลปานกลาง เฉลี่ย 4,500 เมตร นับว่าเป็นที่ราบสูงผืนใหญ่ที่สูงที่สุดในโลก ทางทิศตะวันตกขอที่ราบสูงทิเบตมีที่ราบสูงผืนใหญ่ แต่อยู่สูงที่สุดในโลกเรียก “หลังคาโลก” ซึ่งภาษาพื้นที่เมืองแถบนั้นเรียกว่า ปามีร์ดุนยา (Pamir Dunya) หรือ ปามีร์นอต (Pamir Knot) มีความสูงจากระดับทะเลปานกลาง 8,611 เมตร พื้นที่บริเวณหลังคาโลกจะเป็นจุดรวมของเทือกเขาสูงที่สำคัญของทวีปเอเชีย
- ที่ราบสูงบริเวณตอนเหนือของทวีป ได้แก่ ที่ราบสูงไซบีเรียตอนกลาง บริเวณประเทศรัสเซียที่ราบสูงขนาดใหญ่ของทวีปเอเชียส่วนใหญ่จะเป็นเขตฝนน้อย บางแห่งถึงกับเป็นทะเลทราย เช่น ที่ราบสูงอิหร่าน ที่ราบสูงอาหรับ ที่ราบสูงทิเบต เป็นต้น เนื่องจากอยู่ในเขตอับฝนหรือด้านหลังเขานั่นเอง
3.3 ที่ราบ (Plain)
      ที่ราบ เป็นลักษณะภูมิประเทศรูปแบบหนึ่งที่มีความแตกต่างระดับภายในพื้นที่น้อยมากจนดูเหมือนราบเรียบเป็นผืนเดียวต่อเนื่องกัน ทั้งที่ความจริงอาจจะมีความสูง-ต่ำแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยธรรมชาติที่ราบมักจะเป็นพื้นที่รับน้ำและตะกอนวัตถุต้นกำเนิดดินที่ผุสลายแล้วถูกพาเคลื่อนย้ายจากที่สูงกว่าทั้งภูเขาสูงหรือที่ราบสูงมาสะสมทับถมกัน ทำให้ที่ราบมีดินดี มีน้ำเพียงพอ ประกอบกับที่ราบมีการเข้าถึง การเดินทางเคลื่อนย้ายได้สะดวกจึงมักจะเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของประชากรมาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ที่ราบปรากฏอยู่บนแผ่นดินทวีปเอเชียจำแนกออกได้เป็น 2 ลักษณะคือ ที่ราบลุ่มน้ำ และที่ราบชายฝั่ง ซึ่งมีระดับสูงและมีขนาดของพื้นที่แตกต่างกันไป ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะที่ราบที่สำคัญของทวีปเอเชีย ดังนี้
1. ที่ราบตอนเหนือ คือ บริเวณที่ราบที่อยู่ถัดจากที่สูงตอนกลางขึ้นไปทางทิศเหนือเป็นที่ราบขนาดพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย เรียกว่า ที่ราบไซบีเรีย อยู่ในพื้นที่ของประเทศรัสเซียส่วนเอเชียมีน้ำสายใหญ่ 3 สาย ไหลผ่านกัดเซาะนำเอาตะกอนที่สูงมาสะสมในที่ตำคือ แม่น้ำออบ แม่น้ำเยนิเซ และแม่น้ำลีนา ที่ราบไซบีเรียแบ่งออกเป็น 2 บริเวณ โดยที่ราบสูงไซบีเรียตอนกลางเป็นแนวแบ่งเขต ได้แก่ ที่ราบไซบีเรียด้านตะวันตกและที่ราบไซบีเรียด้านตะวันออก ซึ่งที่ราบไซบีเรียด้านตะวันออกจะมีระดับสูงมากกว่า โดยภาพรวมที่ราบตอนเหนือจะมีประชากรอาศัยอยู่เบาบางมาก เนื่องจากอยู่ในละติจูดสูงทำให้มีอากาศหนาวเย็น ซึ่งอากาศที่หนาวเย็นนอกจากจะไม่เหมาะในการอยู่อาศัยแล้วยังทำให้การเพาะปลูกไม่ค่อยได้ผล

2. ที่ราบลุ่มแม่น้ำ เป็นบริเวณที่ราบที่ได้รับอิทธิพลจากแม่น้ำสายใหญ่และสาขาในการปรับระดับพื้นที่ โดยการนำพาเอาตะกอนวัตถุต้นกำเนิดดินที่อุดมสมบูรณ์มาสะสมทับถม ทำให้ดินมีสภาพดี เมื่อมีดินดี มีน้ำบริบูรณ์ จึงเป็นเขตเพาะปลูกที่สำคัญที่สุดของทวีปเอเชีย บางแห่งอาจจะมีน้ำท่วมขังในช่วงฤดูน้ำหลากจึงเรียก ที่ราบลุ่มแม่น้ำ
       ที่ราบลุ่มแม่น้ำของทวีปเอเชียส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ทางด้านตะวันออก ด้านใต้ และด้านตะวันออกเฉียงใต้ ดังนี้
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำฮวงเหอ ในประเทศจีน
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำแยงซีในประเทศจีน
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำสินธุในประเทศปากีสถานและอินเดีย
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำคงคาในประเทศอินเดีย
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำพรหมบุตร ในประเทศบังกลาเทศ และอินเดีย
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำไทกริส-ยูเฟรทีส หรือดินแดนเมโสโปเตเมีย ในประเทศอิรัก
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างในประเทศกัมพูชา และเวียดนาม
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำแดงในประเทศเวียดนาม
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทย
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำสาละวินในประเทศพม่า
- ที่ราบลุ่มแม่น้ำอิระวดีในประเทศพม่า
3. เขตที่ราบชายฝั่งทะเล เป็นลักษณะภูมิประเทศรูปแบบหนึ่งที่มีความแตกต่างระดับภายในพื้นที่น้อยจนดูราบเรียบและติดชายฝั่งทะเล ทำให้ได้รับอิทธิพลจากการกระทำของทะเลจนเกิดเป็นสัณฐานย่อยประกอบชายฝั่ง เช่น สันทราย เนินทราย ชายหาด
หัวแหลม เป็นต้น ซึ่งที่ราบชายฝั่งที่ระดับน้ำทะเลมีการขึ้น-ลง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง ในบางช่วงเวลาเรียกว่า “ที่ราบลุ่มชายฝั่งทะเล” หรือ “ที่ราบลุ่มน้ำกร่อย” โดยปกติที่ราบชายฝั่งมักจะเป็นแนวเชื่อมต่อกันระหว่างน้ำจืดจากแผ่นดินกับน้ำเค็มในทะเล ทำให้เกิดลักษณะที่พิเศษบางอย่างของที่ราบแถบนี้ เช่น เกิดน้ำกร่อย ทำให้พืชพรรณต้องปรับตัวเฉพาะเพื่อให้อยู่รอด เป็นต้น ที่ราบชายฝั่งของทวีปเอเชียจะปรากฏอยู่ทั้งในมหาสมุทรอินเดีย มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอาร์กติก ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันไปเป็นชายฝั่งที่กว้างบ้างแคบบ้าง เว้า ๆ แหว่ง ๆ หรือราบเรียบ เป็นหาดทราย หาดโคลน หรือหาดเลนซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะทางธรณีในเรื่องของหินและแร่ที่อยู่เบื้องหลังชายฝั่งทำให้เกิดตะกอนทรายหรือดินเหนียว ชายฝั่งบางช่วงป่าชายเลนถูกทำลายด้วยการกระทำของมนุษย์ เช่น ถูกเปลี่ยนแปลงเป็นนากุ้ง หรือเป็นท่าเรือขนส่งสินค้า เป็นต้น



 

 Copyright By : Chalengsak Chuaorrawan Sainampeung School
186 Sukhumwit 22 Sukhumwit RD Klongtoei Klongtoei Thailand
e-mail address : chalengsak.ch@hotmail.com
Tel; 089-200-7752 mobile